อย่าเพิ่งแปลกใจที่วันนี้หอยกาบดูมีสาระขัดกะหน้าตา
บังเอิญว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หอยกาบเพิ่งลงชื่อไปปฏิบัติธรรมในคอร์สที่บริษัทจัด
ซึ่งตอบโดยไม่สะตอว่า..ไม่ได้อยากไปเลย ให้ตายเถอะโรบิ้นแอนด์แบทแมน !
ก็เพราะว่าเคยไปแล้ว ก็เพราะว่ารู้แล้วว่ามันเป็นยังงัย
และรู้ว่ามันขัดกับจริตตัวเองเป็นอย่างยิ่ง..นั่นเอง
หลายคนคนคงจะมองว่าหอยกาบเป็นพวกมารศาสนาอะไรทำนองนั้น
อันนี้..หอยกาบขอคัดค้านหัวชนฝาหอยค่ะ !
เพราะหอยกาบยัังคงศรัทธาในหลักคำสอนอย่างเต็มที่
ไม่ศรัทธาเพียงผู้ทีี่่มาอาศัยศาสนาหากินเท่านั้น
ซึ่งในที่นี้เราจะไม่กล่าวถึง เพราะนี่ไม่ใช่รายการ"สนทนาปัญหาฆราวาส"
คอร์สปฏิบัติธรรมของบริษัทหอยกาบเดิมจัดให้ผู้สมัครใจเท่านั้น
แต่ปีหลังๆ นี่ผู้สมัครเยอะเกินไป
หมายถึง..ผู้สมัครใจไม่ไป..เยอะเกินไป
บริษัทก็เลยออกมาตรการ..ไม่ไป..ตัดโบนัส 5%
คนเราพอมีเรื่องเงินเข้ามาเอี่ยว..ทีนี้ล่ะไปกันเชียวอย่างเนืองแน่น
จากที่ไปมาแล้วสองปีทำให้แหอยกาบรู้ตัวดีว่ายังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ร้อยเปอร์เซนต์
ถ้าวัตถุประสงค์ของการเข้าคอร์สคือการขัดเกลาจิตใจให้เย็นลง ให้มีสติตลอดเวลา
หอยกาบ็ยังคงใจร้อน สติหลุดปานกลางถึงค่อนข้างมากเป็นบางครั้ง
แต่ยอมรับอย่างไม่มีข้อโต้แย้งว่า..หากตั้งใจปฏิบัติจริงๆ แล้ว
ย่อมส่งผลดีกับตัวเองแน่นอน
ระหว่างการเข้าปฏิบัติธรรม สิ่งที่ยังคงเห็นเป็นปกติก็คือ
การแว๊บแอบไปบีบี แอบดูทีวีในโทสับ
แม้กระทั่งการแอบเอามาม่าเข้ามากินในห้อง
บางทีอุปาทานยังได้ยินเสียงหมูสับ..ว่าเข้าไปนั่น
ผู้ปฏิบัติใหม่ๆ หลายคนทนไม่ได้..
หลายคนกลับบ้านไปตั้งแต่วันแรกเพราะทนอึดอัดไม่ไหว
คิดดู..กระทัุ่่่งกินข้าวยังจะต้องนั่งพิจารณา
ช้อนหนอ..ยื่นไปจับหนอ..ตักหนอ..ถึงปากหนอ..เคี้ยวหนอ...กลืนหนอ
แล้วคนอย่างหอยกาบที่กินข้าวหนึ่งมื้อใช้เวลาไม่ถึงห้านาที
(จนมีคนบอกว่าหอยกาบไม่มีหลอดอาหาร พอข้าวเข้าปากจะถึงกระเพาะเลย
แถมบางคนบอกว่าไม่มีลำไส้ด้วย เพราะกินเสร็จก็ออกเลยเหมือนกัน..แหวะ !)
ต้องมาพิณาไปทีละอย่างแบบนี้ มันจะชักแง่กๆ เอา
บางมื้อดันมีเกี๊ยวกรอบของโปรด แล้วคิดดูสิคะว่า
การเคี๊ยวเกี๊ยวกรอบในสถานที่ที่เงียบสนิท ไม่มีการพูดคุยกันนั้น จะเกิดเสียงดังเช่นไร
หอยกาบเลยต้องใช้วิธีอมเอาไว้ในปากแล้วค่อยๆ เอาลิ้นดุนให้มันนุ่มๆ
แต่..เกี๊ยวกรอบไม่ใช่เอ็มแอนด์เอ็ม...มันไม่ละลายในปาก T__T หงิงๆ..
จากการเข้าปฏิบัติธรรมมาสองครั้ง ครั้งละสองคืนสามวัน
ก็พอจะได้อะไรอยู่บ้างถึงจะไม่บรรลุจนถึงขั้นระลึกชาติได้
อาจารย์บอกว่า..ถ้าเรานั่งสมาธิไปถึงขั้นหนึ่งแล้ว..ประมาณว่าฝึกมาได้ซักระยะนึง
บางคนสามารถจะเห็นอดีตชาติของตัวเอง รู้ว่าตัวเองเคยเป็นอะไร เคยทำอะไร เคยฆ่าใครมาบ้าง
ตอนนั่งสมาธิก็จะเกิดความรู้สึกว่าเราเคยทำสิ่งนั้นมา บางคนรู้สึกได้ถึงรสสัมผัสประมาณนั้นเลยเชียว
เพื่อนหอยกาบคนนึงพอออกจากสมาธิก็แอบมาเม้าท์กับหอยกาบว่า
ชาติที่แล้วมันคงฆ่ามดเป็นรังแน่ๆ เพราะตอนนั่งสมาธิอยู่รู้สึกได้ถึงสัมผัสของมดอยู่ตลอด
โดยที่มันหารู้ไม่ว่า..หอยกาบนั่งอมยิ้มดูมดเดินพาเหรดไต่ขึ้นกะบาลเพื่อน
แต่ไม่อยากให้เพื่อนเสียเซ้ว..ปล่อยให้มันดีใจว่าสมาธิแก่กล้าระลึกชาติได้
เอาไว้เก็บไปแบลคเมล์ภายหลัง ฮี่ๆ
หอยกาบพอทราบว่าเจ้านายคงแค่ต้องการให้พนักงานมีสติ มีความรอบคอบ มีความละเอียดมากขึ้น
ซึ่งเป็นผลในการทำงานโดยตรง แต่ใครจะได้มากกว่านั้นก็ถือว่าเป็นบุญแก่ผู้ปฏิบัติเอง
เพราะหลักการสอนของอาจารย์จะเน้นไปในทางให้ผู้ปฏิบัติรู้ตัวตลอดว่ากำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้น
เช่นตอนนี้กินข้าวอยู่ สติก็จะอยู่กับช้อน กับมือ กับตัวเองไม่ว่อกแว่กไปไหน
อาจาร์ยสอนให้ทำแบบนี้ไปช้าๆ จนถ้าเราติดจนเป็นนิสัย เราก็ไม่ต้องนั่งพิจารณาทีละขั้นแบบนี้อีก
มันจะรู้สติ รู้เท่าทันอารมณ์และกิริยาไปโดยอัตโนมัติ
แม้กระทั่งตอนนั่งส้วม..อาจารย์ก็ให้ฝึก..
"ปลดตะขอหนอ...ดึงลงหนอ ดึงหนอ ม้วนหนอ
ย่อหนอ ย่อหนอ ถึง(ชักโครก)หนอ เย็นหนอ (ในกรณีฝาชักโครกเย็นตรูด)
มาหนอ มันมาแล้วหนอ ตกหนอ"......ไปนู่นเลยเชียวค่ะคุณ..
อย่าหัวเราะ...อย่าๆ มันไม่ใช่เรื่องขำ
เพราะการฝึกเหล่านี้...ล้วนเป็นการปฏิบัติธรรมทั้งสิ้น
เป็นการฝึกสติและให้รู้เท่าทันปัจจุบันของตัวเอง
(แต่หอยกาบก็ยังทำไม่ค่อยได้ เพราะบางทีแค่ปลดตะขอหนอ
ยังไม่ถึงเลยหนอ มันก็มาแล้วหนอ ..)
แล้วมันได้อะไรที่ฝึกแบบนี้
อาจารย์บอกว่า..การฝึกเหล่านี้มันแค่เป็นขั้นต้นเท่านั้น
คนเราทุกวันนี้ทำอะไรพร้อมกันหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
จะด้วยเวลา รีบเร่งอะไรก็แล้วแต่
เรามักจะมีหลายเรื่องอยู่ในหัวโดยที่เราเองก็ไม่ค่อยรู้ตัวว่าเราควรจะเรียงลำดับยังไง
ตัวอยู่รังสิต แต่ใจไปถึงอยุธยาแล้วก็มี
กินข้าวอยู่แต่ในหัวคิดเรื่องร้อยแปดจนตักข้าวเข้าจมูกตัวเองก็มี
ร้ายแรงก็ถึงขั้นชีวิตถ้าตอนนั้นขับรถอยู่แต่ใจไม่ได้อยู่กับรถ แต่ไปนึกถึงว่าจะไปหากิ๊กคนไหนก่อนดี เป็นต้น
การฝึกให้รู้สติให้อยู่กับตัวเองจึงเป็นพื้นฐานสำหรับทุกคนทุกวัย
เพื่อที่จะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในปัจจุบันอย่างมีความสุขตามอัตภาพของตัวเอง
เมื่อมีอะไรมากระทบใจ ไม่ว่าความทุกข์ ความสุข
ก็จะรู้เท่าทันมันว่า...ตอนนี้สุขอยู่ ตอนนี้ทุกข์นะ
เดี๋ยวมันก็จะไป ไม่มีอะไรอยู่กับเราได้นาน
แล้วเราก็จะไม่ยึดติดกับอะไรที่ผ่านเข้ามา
เมื่อไม่ยึด...ก็ไม่ทุกข์ หรืออาจจะมีบ้าง มันก็จะน้อยลง
หอยกาบไม่ได้มาอัพไดซะนาน
มาทีก็มาเป็นแผงเลยนะคะ
อย่าเพิ่งเบื่อว่ามาพล่ามอะไรมากมาย
หอยกาบแค่อยากจะถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองเคยได้เรียนรู้มาอย่างกระท่อนกระแท่นเท่านั้น
หอยกาบเชื่อว่า...หลายคนปฏิบัติได้มากกว่านี้เยอะ
ซึ่งหอยกาบก็ขออนุโมทนาในผลบุญนั้นด้วยค่ะ
เดือนหน้าหอยกาบก็ต้องไปเข้าปฏิบัติธรรมอีกแล้ว
คราวนี้ตั้งใจว่าจะทำให้ดีกว่าครั้งก่อน
ไม่แน่...คราวนี้หอยกาบอาจจะระลึกชาติได้ว่าเคยเกิดเป็นแมงสาปก็ได้นะคะ
มิน่า...เห็นไบก้อนทีรัย ตัวสั่นคล้ายจะเป็นลมทู๊กที..
ไปแระนะตัวเธอ..
เจริญธรรมค่ะ
หอยกาบ..ผู้ยังไม่สามารถบรรลุ
ทำไมไดอีสมันแปลกๆ ง่ะ
หรือว่า.....เค้าเขี่ยหอยออกมาแร้ว
ณ จุดนี้ พี่หอยอาจจะต้องเข้าคอร์สเขียนไดเบื้องต้นด้วยอีกคอร์สนะเจ้าคะ
ป.ล.แม้ไม่เจอ(พี่หอย)ในได ก็ัสัมผัสได้ในfacebook
ท่าทางคงจะต้องเลิกเขียนเป็นการถาวร
เพราะถ้าเขียนต่อไป
พอถึง ณ จุดนั้น คงไร้ความสามารถตะกายตามเวอร์ชั่นใหม่แหงๆ
ปล. ถูกต้องแร้ว ตามเพ่หอยได้ในไร่หน่อไม้หรือไม่ก็ข้างคอกหมูค่ะ
เค้าไปไม่ถูก ...เเง๊ววว
๕๕๕๕
เจ๊...ลิงล้อเล่น บาปมั้ยนิ
นานๆ เห็นเจ๊อัพได...นึกว่าผีสิงไดซะอีก
คิดถึงนะเจ๊นะ
----------
บุญรักษาคับ